Body Shape ผู้ชายมีกี่แบบ? รู้จัก H Shape, V Shape และ O Shape
Body Shape ผู้ชายสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ H Shape, V Shape และ O Shape โดยแต่ละ Shape มีลักษณะของ Silhouette ที่แตกต่างกัน จากความสัมพันธ์ของช่วงไหล่ ช่วงลำตัว และสะโพกโดยรวม
การแบ่ง Body Shape ช่วยให้เราเข้าใจลักษณะรูปร่างได้ง่ายขึ้น และมองเห็นว่าเสื้อผ้าที่มี Fit รูปทรง และโครงสร้างต่างกัน อาจสร้างภาพรวมที่แตกต่างกันเมื่ออยู่บนแต่ละ Silhouette
ทั้ง 3 รูปแบบไม่ได้หมายความว่ารูปร่างแบบไหนดีกว่ากัน แต่เป็นกรอบที่ช่วยให้เรา สังเกตและทำความเข้าใจรูปร่างโดยรวมได้ง่ายขึ้น

Body Shape ผู้ชายแบ่งออกเป็นแบบไหนบ้าง?
Body Shape ผู้ชายในบทความนี้แบ่งออกเป็น H Shape, V Shape และ O Shape ซึ่งแต่ละแบบสามารถสังเกตความแตกต่างได้จากภาพรวมของช่วงไหล่ ช่วงลำตัว และสะโพก
H Shape — Silhouette โดยรวมค่อนข้างตรง ช่วงไหล่และสะโพกมีความกว้างใกล้เคียงกัน
V Shape — ช่วงไหล่มีความกว้างเด่นกว่าช่วงสะโพก ทำให้ Silhouette โดยรวมค่อย ๆ แคบลงด้านล่าง
O Shape — ช่วงกลางลำตัวมีความกว้างและมีหน้าท้อง ทำให้ Silhouette โดยรวมมีลักษณะกลมมากขึ้น
ลักษณะเหล่านี้เป็นการอธิบาย ภาพรวมของ Silhouette ไม่จำเป็นต้องตรงกับรูปทรงใดรูปทรงหนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ
H Shape คืออะไร?
H Shape คือ Body Shape ที่ช่วงไหล่และสะโพกมีความกว้างค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทำให้ Silhouette โดยรวมมีลักษณะค่อนข้างตรง
เมื่อมองภาพรวม แนวของลำตัวตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาถึงสะโพกจะไม่ได้มีความแตกต่างของความกว้างมากนัก จึงทำให้รูปร่างดูเป็นเส้นตรงมากกว่า V Shape หรือ O Shape
อย่างไรก็ตาม H Shape ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะต้องตรงเป็นรูปตัว H อย่างสมบูรณ์ แต่เป็นชื่อที่ใช้ช่วยอธิบายลักษณะของ Silhouette โดยรวมเท่านั้น
V Shape คืออะไร?
V Shape คือ Body Shape ที่ช่วงไหล่มีความกว้างเด่นกว่าช่วงสะโพก ทำให้ Silhouette โดยรวมมีลักษณะกว้างด้านบนและค่อย ๆ แคบลงด้านล่าง
ความแตกต่างระหว่างช่วงบนและช่วงล่างทำให้ภาพรวมของรูปร่างมีลักษณะคล้ายตัว V
V Shape ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีกล้ามเนื้อชัด หรือมีรูปร่างแบบนักกีฬาเสมอไป เพราะสิ่งที่เรากำลังมองคือ ความสัมพันธ์ของความกว้างใน Silhouette โดยรวม ไม่ใช่ระดับความฟิตหรือขนาดของร่างกาย
O Shape คืออะไร?
O Shape คือ Body Shape ที่ช่วงกลางลำตัวมีความกว้างและมีหน้าท้อง ทำให้ Silhouette โดยรวมมีลักษณะกลมมากขึ้น
จุดที่ทำให้ O Shape แตกต่างจาก H และ V คือภาพรวมบริเวณกลางลำตัว ซึ่งมี Visual Width ค่อนข้างกว้าง และทำให้แนวด้านข้างของลำตัวมีความโค้งมากกว่า Silhouette ที่ค่อนข้างตรงของ H Shape
O Shape ไม่ได้หมายถึง Body Size ใด Body Size หนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการอธิบาย ลักษณะของ Silhouette โดยรวม

ทุกคนจำเป็นต้องตรงกับ H, V หรือ O แบบชัดเจนไหม?
ไม่จำเป็น เพราะรูปร่างจริงของแต่ละคนอาจไม่ได้ตรงกับ Body Shape ใดแบบหนึ่งอย่างสมบูรณ์
บางคนอาจมีลักษณะใกล้เคียง H Shape แต่มีช่วงไหล่กว้างขึ้นเล็กน้อย หรือบางคนอาจมีลักษณะบางส่วนที่อยู่ระหว่างสอง Shape
ดังนั้น Body Shape จึงควรใช้เป็น กรอบสำหรับทำความเข้าใจ Silhouette โดยรวม มากกว่าการพยายามจัดให้ร่างกายทุกคนต้องตรงกับรูปทรงใดรูปทรงหนึ่งแบบเป๊ะ ๆ
รู้ว่าเป็น Shape ไหนแล้ว เอาไปใช้กับการแต่งตัวอย่างไร?
เมื่อเข้าใจ Body Shape แล้ว เราจะสามารถมองเสื้อผ้าได้มากกว่าแค่ว่า “ใส่ได้หรือใส่ไม่ได้” แต่เริ่มมองได้ว่าเสื้อผ้าแต่ละแบบจะสร้าง Silhouette อย่างไร
ตัวอย่างเช่น Jacket ที่มีโครงสร้างบริเวณไหล่อาจเพิ่มความชัดเจนให้ช่วงบน เสื้อที่มี Fit ใกล้ลำตัวจะทำให้เห็นแนว Silhouette เดิมมากขึ้น ขณะที่เสื้อผ้าที่มี Volume หรือทรง Relaxed สามารถเพิ่ม Visual Space ให้กับบางบริเวณได้
จึงไม่มีความจำเป็นว่าคนที่เป็น H, V หรือ O Shape จะต้องแต่งตัวตามสูตรใดสูตรหนึ่งเสมอไป เพราะสุดท้ายยังสามารถเลือกเสื้อผ้าตาม Personal Style, Lifestyle, โอกาส และภาพลักษณ์ที่ต้องการ ได้
Body Shape ช่วยให้เราเข้าใจว่าเสื้อผ้าจะสร้าง Silhouette แบบไหน ไม่ได้กำหนดว่าเราต้องแต่งตัวแบบไหน
สรุป H Shape, V Shape และ O Shape ต่างกันอย่างไร?
H Shape, V Shape และ O Shape แตกต่างกันที่ลักษณะของ Silhouette โดยรวม และความสัมพันธ์ของช่วงไหล่ ช่วงลำตัว และสะโพก
H Shape มีภาพรวมที่ค่อนข้างตรงและช่วงไหล่กับสะโพกใกล้เคียงกัน V Shape มีช่วงไหล่กว้างเด่นกว่าช่วงสะโพก ส่วน O Shape มีความกว้างกลางลำตัวชัด
การรู้ว่า Silhouette ของเราใกล้เคียงกับ Shape แบบไหน จึงไม่ใช่การหาว่า รูปร่างแบบไหนดีที่สุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าใจรูปร่างและเลือกเสื้อผ้าเพื่อสร้างภาพรวมที่เราต้องการ




